"สวัสดีครับ กระต่ายน้อย"
เสียงห้าวที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน แม้จะไม่ถึงกับอยู่ใกล้นักแต่ก็มีผลให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก! แล้วซองมินก็รู้สึกหน้าร้อนวูบ มือไม้สั่น หัวใจเต้นรัวแรง...ทั้งที่คิดว่าเตรียมใจมาดีแล้ว แต่พอถึงเวลาจริง...มันก็ยัง...หวั่นไหว...
"เป็นอะไรไป ซองมิน หนาวเหรอ ตัวสั่น แถมยังหน้าแดงเชียวนะ"
ฮันกยองถามพลางก้มลงมองใบหน้าหวานที่แดงเรื่อ ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนหรุบลงมองพื้นด้วยไม่กล้าที่จะสบกับดวงตาเรียวสีนิล...เอ! ท่าทางอย่างงี้คงไม่ใช่แค่หนาวธรรมดาล่ะมั้ง ถ้างั้น...
"เขินเหรอครับ ซองมิน"
ถามพลาง มือแกร่งก็เอื้อมไปจับมือบางเบาๆ เพียงเท่านั้น ซองมินก็ถึงกับสะดุ้ง เสียงใสหลุดออกมาตะกุกตะกัก...เบา...จนถ้าไม่เงี่ยหูฟังก็คงจะไม่ได้ยินแน่ๆ...
"ปะ เปล่า เปล่านะ คะ ครับ มะ ไม่ ผม ไม่ ไม่..."
"ถ้าไม่...แล้วเสียงสั่นทำไม แถม...ยังพูดจาตะกุกตะกักขนาดนี้ นายน่ะ...โกหกไม่เก่งเลย รู้ตัวไหม กระต่ายน้อย"
ฮันกยองพูดพลางยิ้มอย่างกรุ้มกริ่ม ดวงตาเรียวสีนิลยิ่งพราวระยับ...มิหนำซ้ำ มือหนาที่เอื้อมมาเชยคางของคนหน้าคมหวานให้เงยสบตากัน โอย! กิริยา อาการแบบนั้น...ฆ่ากันให้ตายเลยง่ายกว่าไหมครับ ป๋าฮัน!!!
ซองมินครางอยู่ในใจ รู้ตัวเลยว่าตอนนี้คงจะหน้าแดงยิ่งกว่าลูกสตอเบอ์รี่แล้วล่ะ! แถม...นอกจากมือสั่นแล้ว หัวใจ...สั่นยิ่งกว่า...ตายแน่ๆ เลย ซองมิน...ตายๆๆๆๆๆๆๆ!!!
"ฮ่ะๆ ไม่แกล้งแล้วดีกว่า เดี๋ยวกระต่ายน้อยหัวใจวายตายซะก่อน"
ฮันกยองที่ทั้งขำ ทั้งสงสารซองมินพูดพลางหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี และก็เหมือนสวรรค์เองก็สงสารเด็กหนุ่มหน้าหวานคม เลยส่งให้ผู้กำกับเดินยิ้มแป้นแล้นเข้ามาหาพร้อมกับเอ่ยปากนัดแนะก่อนถ่ายอีกที...และ เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว การถ่ายทำของคู่ (เกือบ) สุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้น...
"ซองมิน...มาอยู่นี่เอง โกรธอะไรป๋าเหรอครับ"
ฮันกยองเอ่ยถามเสียงอ่อนแล้วก็เดินตรงมาหาซองมิน หาก เด็กหนุ่มหน้าคมหวานก็กลับหันหน้าหนีพลางพูดเสียงงอนๆ ว่า...
"เปล่าซะหน่อยครับ ป๋าฮันกลับไปสนุกต่อเหอะครับ"
"หึๆ ที่ๆ ไม่มีซองมินน่ะ...มันไม่สนุก ป๋าอยู่ไม่ได้หรอกครับ
"โหยยยย...มุขนี้โดนว่ะ ป๋า!"
คังอินพึมพำเบาๆ ด้วยท่าทางกระตือรือร้นจนเกินเหตุ!
"...แหวะ! ไปปากหวานกับคนอื่นเหอะครับ ป๋าฮัน ผมไม่หลงกลหรอก"
ซองมินพูดพลางทำท่าจะเดินหนี แต่ฮันกยองก็เดินเข้ามาขวาง แล้วชายหนุ่มหน้าเข้มคมก็พูดเสียงอ้อนๆ ง้อๆ...
"จะไปปากหวานกับคนอื่นทำไมล่ะครับ ในเมื่อ...คนอื่นน่ะ...ไม่มีใครหวานเท่าซองมินของป๋าเลยสักคน"
"ว้าวววว! ช๊อบชอบมุขนี้ของป๋าฮันจริงจริ๊งงงง! ต้องเอาไปใช้กับพี่อึนฮยอกซะแล้ว"
คยูฮยอนเองก็ดี๊ด๊าๆ พอกัน!
"...บะ...บ้า...ปะ ป๋า ฮะ...ฮัน บะ...บ้า...ทะลึ่ง นะ น้ำ...เน่า"
ซองมินที่ต้องทำใจแข็งถึงที่สุดให้ฮันกยองคอยตื๊อ แต่ถึงตอนนี้...เด็กหนุ่มหน้าคมหวานกลับเริ่มออกอาการเขินอายจนพูดไม่ไหว ปากคอมันสั่นไปหมด! มิหนำซ้ำ พอจะหันหลังแล้วเดินหนี ขาของซองมินก็ดันพันกันเองทำให้ร่างบางถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้นทราย!!!
"โอ๊ย!"
"ซองมิน! เป็นอะไรรึเปล่าครับ ไหน...ดูซิ..."
ฮันกยองร้องอย่างตกใจแล้วก็รีบเข้าไปดูที่ขาของซองมิน และเมื่อตรวจดูดีแล้วแต่ไม่พบเห็นว่ามีอะไรผิดปกติ ชายหนุ่มหน้าเข้มคมก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดยิ้มๆ ล้อๆ...
"เขินจนขาพันกันเองนี่ไม่ไหวเลยนะครับ ซองมิน...แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวป๋าจะชดใช้ความผิดด้วยการอุ้มกระต่ายน้อยเอง"
"อุ้ม! มะ...ไม่เอานะครับ ป๋าฮัน...ซะ ซองมิน...เอ้ย! ผมลุกเองได้"
หาก ไม่ทันที่ซองมินจะลุกขึ้น อ้อมแขนแกร่งของฮันกยองก็รวบเอาร่างบางขึ้นอุ้มอย่างง่ายดาย! มิหนำซ้ำ...ใบหน้าเข้มคมที่ก้มลงมาจนใกล้ทำให้ใบหน้าคมหวานยิ่งแดงก่ำ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลรีบหลับปี๋ลงทันที! ฮันกยองเห็นท่าทางแบบนั้นและรับรู้ได้ว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นเพียงไร...ความรู้สึกขำและครึ้มใจแบบแปลกๆ ก็วิ่งวนเข้าจู่โจมในหัวใจจนชายหนุ่มต้องหัวเราะเบาๆ แล้วจึงพูดเสียงกลั้วหัวเราะว่า...
"ตัวสั่นเป็นกระต่ายตกน้ำเลยนะครับ ซองมิน คิดว่าป๋าจะทำอะไรรึไง"
"กระ...กระต่าย ตะ...ตกน้ำ มะ...มันมีที่ไหนล่ะครับ ป๋าฮันกยอง...บ้า! คนฉวยโอกาส!"
ร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนประท้วง และใบหน้าหวานก็ซุกลงที่ท่อนแขนแกร่งด้วยไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าที่แดงก่ำ ก็มันทั้งเขิน ทั้งอายจนทำอะไรไม่ถูกแล้วนี่นา! หูของซองมินก็ยังแว่วได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าด คิกคักของพี่ฮีชอลกับพี่ลีทึกอยู่เลย! โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย! ตาผู้กำกับบ้า โรคจิตก็ไม่สั่งคัทซะที ต้องรอให้เขาละลายตายคาอ้อมแขนของพี่ฮันกยองก่อนรึไงเนี่ย!!!
"หึ ซองมิน...ถ้าเขินอายมากก็ซบหน้าอยู่อย่างงั้นก็ได้นะครับ เดี๋ยวป๋าจะบริการอุ้มกระต่ายน้อยส่งถึง...ห้องนอน...ดีไหมครับ"
"ไม่ดี! ฮึ!"
ซองมินเงยหน้าขึ้นมาว่าอย่างหมั่นไส้! อีตานี่ก็เหมือนกัน จะเจ้าชู้ กรุ้มกริ่มไปถึงไหนนะ! แค่นี้ยังไม่พอใจรึไงกัน!!!
"ไม่ถึงห้องนอนก็ได้ งั้น...เดินเล่นกันนะครับ"
ฮันกยองพูดพลางยิ้มน้อยๆ แล้วก็ออกเดินช้าๆ เพื่อให้ซองมินได้มองท้องทะเลยามพลบค่ำได้เต็มตา...และผู้กำกับที่พอใจภาพสวีทหวานแล้วก็เอ่ยปากสั่งคัท...ซะที!!!
"โอเคคร้าบ! พักกอง 1 ชม.แล้วมาถ่ายฉากของชินดงกันนะครับ"
จบคำของผู้กำกับ ทั้ง 13 หนุ่มก็เฮละโลกันกลับห้องพักเพื่อกินอาหาร คนที่ดูจะมีความสุขมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นจอมตะกละ เอ้ย! กินเก่งอย่างชินดงกับคังอิน (มิน่าล่ะ! ตัวหมีนัก!) ส่วนคนอื่นๆ ที่กินเก่งไม่แพ้กันก็มีความสุข! ได้พักผ่อน กินอาหารอร่อยๆ โอ๊ย! ชอบๆๆๆ!!!
และเมื่อต่างคนต่างจัดการกับมื้ออาหารค่ำเรียบร้อยแล้ว ชินดงก็รีบเอ่ยปากชวนเยซอง รยอวุค คิบอมและคยูฮยอนไปเล่นเกมเพลย์ตัวใหม่กัน ส่วนอึนฮยอกนั้นขอตัวไปโทรศัพท์หาเพื่อนรักซี้สนิทอย่างจุนซู แห่งวง ดงบังชิงกิ ต่างจากซีวอนกับฮีชอลที่ยังคงนั่งทะเลาะกันไม่ยอมเลิกรา เห็นแบบนั้นแล้ว คังอินเลยถือโอกาสชวนลีทึกออกไปเดินเล่นหนุงหนิงๆ กัน 2 คน เหลือเพียง 3 คนสุดท้าย ซองมิน ฮันกยองและทงแฮ...
ทงแฮนั้นมีสีหน้าขรึมเศร้า แล้วยังพูดน้อยมาตั้งแต่ก่อนที่ฮันกยองจะถ่ายมิวสิคคู่กับซองมินแล้ว ยิ่งตอนนี้ สีหน้า แววตาของเด็กหนุ่มหน้าคมก็ยิ่งดูไม่ดีซะจนซองมินอดรู้สึกผิดไม่ได้! ส่วนฮันกยองที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของทงแฮก็พยายามเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ทว่า...
"ไม่เป็นไรจริงๆ ป๋าฮัน ก็บอกแล้วไงว่าอากาศมันหนาวเลยปวดหัว เฮ้อ! เอางี้! ให้ฉันไปนอนหลับพักผ่อนซะหน่อยนะ เดี๋ยวหายแน่ ขอตัวนะครับ"
ทงแฮพูดพลางยิ้มอย่างเศร้าๆ ให้ทั้งฮันกยองและซองมิน ก่อนที่คนร่างบาง หน้าคมจะเดินช้าๆ ออกไปจากห้องอาหาร และเมื่อเหลือกันเพียง 2 คน ซองมินก็แอบมองฮันกยองที่มีสีหน้ากังวลใจ...ความผิดของผมเองแท้ๆ ที่ทำให้ทงแฮต้องเป็นอย่างงี้ ขอโทษนะครับ พี่ฮันกยอง...คิดพลาง ซองมินก็รู้สึกเศร้าจนอยากร้องไห้ แต่แล้ว มืออุ่นๆ ก็เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเสียงทุ้มห้าวก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง...
"ตัวไม่ร้อนแต่สีหน้าไม่ดีเลยนะ ซองมิน นี่จะไม่สบายเหมือนทงแฮรึเปล่าเนี่ย"
"เปล่าหรอกครับ ป๋าฮัน...จริงๆ แล้วป๋าฮันน่าจะตามไปดูแลทงแฮนะครับ"
ซองมินฝืนใจพูดออกไป หาก ฮันกยองกลับส่ายศีรษะพลางพูดอย่างหนักแน่นว่า...
"ไม่ควรหรอก ซองมิน ป๋ารู้จักทงแฮดี อาการอย่างงั้นแสดงว่าไม่อยากให้ใครไปกวน ขืนป๋าตามไปได้ทะเลาะกันเปล่าๆ ปล่อยให้อยู่กับตัวเองบ้างเถอะ เจ้าเด็กนั่นน่ะ"
"...ครับ..."
ซองมินรับคำเบาๆ ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีกับคำพูดที่แสดงถึงความสนิทสนม ผูกพันธ์ที่ฮันกยองมีต่อทงแฮ...ถึงจะไม่ตามไปแต่ใจก็ยังห่วงใยซะมากมาย ใช่ไหมครับ พี่ฮันกยอง...
ขณะเดียวกัน ด้านทงแฮ...เด็กหนุ่มหน้าคมฝืนทำเข้มแข็งได้ไม่นาน แต่เมื่อได้ออกมาอยู่คนเดียว หยาดน้ำตามากมายก็รินไหลลงมาอาบใบหน้า ทงแฮรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ไหว! ทำไมต้องเป็นป๋าฮันกยองกับพี่ซองมิน ทำไมกัน! ทำไมไม่เป็นฮันกยองกับทงแฮ...
"ฮือๆ ทำไมมันเจ็บขนาดนี้นะ ฮึก...ทำไมต้องไปรักคนที่ไม่ได้รักเรา ทงแฮ! นายมันโง่ โง่ โง่ที่สุด ฮือ"
ทงแฮสะอื้นด้วยความเจ็บใจตัวเอง มือบางทำท่าจะยกขึ้นทุบพื้นหินข้างตัว แต่แล้ว! มือหนาอีกมือก็เอื้อมมาดึงมือบางไว้ และ...คิบอมที่สีหน้า แววตาเหมือนจะร้องไห้ตามเขาก็พูดเสียงสั่นๆ ว่า...
"อย่าทำร้ายตัวเองเลยนะครับ พี่ทงแฮ ผมไม่อยากเห็นพี่ทงแฮต้องเจ็บไปมากกว่านี้แล้ว ถ้าอยากจะระบายล่ะก้อ ทำกับผมก็ได้ครับ ผมไม่เจ็บหรอก หรือถึงเจ็บ ผมก็จะทนให้นะครับ พี่จะทุบ ต่อย เตะ ตบ ผลักผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น พี่ทงแฮ แต่อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยนะครับ"
"...ฮึก...คิบอม...ขะ...ขอ...ขอโทษ...นะ ฮือๆ ขอโทษ...จริงๆ"
ทงแฮพูดพลางก็โผเข้ากอดคิบอมพลางร้องไห้โฮๆ ทั้งๆ ที่เขาก็ทำไม่ดีกับคิบอมมาตลอด แต่เจ้านี่ก็ยังให้อภัยและห่วงใยเขาเสมอมา...
"นะ นาย...เป็นน้องชายที่ดี เพื่อน...ที่ดี...ของพี่ ขอบใจนะ สโนไวท์"
หลังจากที่ได้ร้องไห้จนสะใจแล้ว ทงแฮที่ตาแดงก่ำก็พูดอย่างอ่อนโยนพลางก้มศีรษะให้คิบอม เด็กหนุ่มหน้าคมเลยไม่ได้เห็นว่าใบหน้าอ่อนนั้นสลดเศร้าเพราะคำพูดของเขามากแค่ไหน แต่แล้ว คิบอมก็รีบปรับสีหน้าพลางพูดเสียงร่าเริงว่า...
"ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่ทงแฮเป็นพี่ชายที่ดี เพื่อนที่ดีของผมเหมือนกัน ผมไม่เคยลืมหรอกนะครับ สิ่งดีๆ ที่พี่ช่วยสอนผมตั้งมากมายเลย ผมเองก็คงทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก แต่ถ้าไม่มีใครให้ระบายจริงๆ ก็บอกผมเถอะนะครับ อย่างน้อย นี่ก็เป็นทางที่ผมจะตอบแทนพี่ทงแฮได้บ้าง"
"นายนี่น่ารักจริงๆ ได้เลย! จากนี้ไปถ้ามีอะไรฉันจะบอกนายนะ"
ทงแฮพูดพลางยกมือขึ้นลูบหัวคิบอมด้วยความเอ็นดู...สัมผัสอ่อนโยนที่ทำเอาคิบอมเกือบร้องไห้...แอบรัก...มันทั้งแสนหวานและเจ็บปวดอย่างนี้นี่เอง เอาเถอะ ในเมื่อรักไปแล้วมันก็คงต้องรักต่อไป ให้ตัดใจง่ายๆ คิบอมคนนี้ทำไม่ได้หรอก แต่จะให้รุกบอกความจริง มันก็...ไม่ไหวเหมือนกัน! ไม่รู้ว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่นะ เฮ้อ...
ขณะเดียวกัน ด้านลีทึกกับคังอิน ทั้ง 2 หนุ่มต่างก็เดินกันเงียบๆ ไปตามหาดทรายที่ยาวจนสุดตา รอบข้างมีเพียงสายลมและเสียงคลื่น ดวงจันทร์ที่ส่องแสงนวลตาทำให้บรรยากาศดูคล้ายจะโรแมนติก แล้วอยู่ๆ คังอินก็หยุดเดิน...เด็กหนุ่มหน้าหมีแต่หล่อดียืนมองร่างบางของคนใจลอย เดินไม่ได้ดูเลยว่าคนข้างตัวหยุดเดินแล้ว แต่...ถึงจะเป็นอย่างงั้น แต่มองจากด้านหลัง ร่างอ้อนแอ้นๆ ของลีทึกนี่ล่ะที่เขาอยากกอดที่สุด!!!
"...คังอิน! หยุดเดินทำไม มีอะไรเหรอ"
ลีทึกที่รู้สึกตัวแล้วว่าคนข้างตัวไม่ได้เดินตามมา คนหน้าหวานเลยเดินกลับมาหาพลางเอ่ยปากถามอย่างงงๆ คังอินเลยรีบยิ้มก่อนจะพูดเสียงจริงจังว่า...
"หมีชักจะสงสัยแล้วเหมือนกันครับ พี่ลีทึก ว่า...ป๋าฮันมีอะไรปิดบังพวกเรารึเปล่า ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ป๋าดูแปลกๆ ไปนะ พี่ลีทึกรู้ไหม หมีไปถามทงแฮกับซองมินมา ทั้ง 2 คนบอกว่าป๋ามีอาการแปลกๆ บ่นร้อนทั้งที่อากาศก็หนาวมากมายซะขนาดนี้! แล้วซองมินยังบอกอีกนะครับ ว่า ก่อนที่ป๋าจะทรุดลงไปในน้ำอ่ะ ป๋าหลุปากพูดออกมาว่า...ร้อน..."
"หา! ร้อน! ตะ แต่ว่า...นี่มันหน้าหนาวนี่นา คังอิน"
ลีทึกพูดอะไรไม่ออกเลยได้แต่ย้ำว่านี่หน้าหนาว คังอินเลยมองลีทึกพลางทำแววตาประมาณว่า ก็เพิ่งพูดไปหยกๆ ใช่ไหมที่รักว่านี่มันหน้าหนาว แล้วที่รักจะย้ำทำม๊าย...
"...อืม นี่ไม่น่าจะเป็นเรื่องเล่นๆ นะ หมีพูห์! แต่ถึงถามไปป๋าฮันก็ไม่ยอมบอกอะไรอยู่ดี เฮ้อ! จะทำยังไงดีนะ เราถึงจะได้รู้ว่าป๋าฮันเป็นอะไรหรือมีอะไรปิดบังพวกเรารึเปล่า"
ลีทึกพูดพลางทำหน้าเครียดๆ ด้วยสังหรณ์ณ์ใจลึกๆ ว่าต่อไปเรื่องของฮันกยองจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น และดูท่าลีมึกจะสังหรณ์ถูกด้วย เพราะ...หลังจากที่ผู้กำกับสั่งคนให้มาตาม 13 หนุ่มมาถ่ายมิวสิคช่วงที่เหลือ ฮันกยองที่ตอนแรกยังยิ้มๆ อารมณ์ดี แต่ตอนนี้ ทั้งสีหน้า แววตาของชายหนุ่มกลับเครียดเข้ม ท่าทางก็กระสับกระส่ายจนทุกคนในวงยังรู้สึกได้...
"ป๋าฮัน เป็นอะไรรึเปล่าครับ"
ทงแฮเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง หาก ฮันกยองกลับทำเพียงส่ายหน้าแต่ไม่ยอมพูด ไม่ยอมมองหน้าเด็กหนุ่ม อึนฮยอกที่อยู่ใกล้ๆ เลยจับแขนของฮันกยองพลางพูดเสียงใสๆ...
"เอ๋! ตัวก็ไม่ร้อนนี่ แต่ทำไมสีหน้าไม่เสบยเลยล่ะครับ ป๋าฮัน อย่าบอกนะว่าทะเลาะกับกระต่ายน้อยมา"
"ไม่ได้ทะเลาะ อย่ามายุ่งน่า อึนฮยอก"
ฮันกยองพูดเสียงเข้มแล้วทำท่าจะเดินหนี แต่แล้ว ซองมินก็เดินมาขวางพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยชัดเจน...
"ถ้าไม่สบายก็ต้องรีบบอกนะครับ ป๋าฮัน เดี๋ยวซอง..."
"อย่ามายุ่งได้ไหม ซองมิน ไปให้พ้น!"
เสียงเข้มห้าวที่ตวาดดังทำให้ซองมินหน้าเสีย หัวใจหล่นวูบไปทันที! และทุกคนต่างก็พากันหันมามองทั้ง 2 หนุ่มอย่างตกตะลึง...เมื่อกี๊...ฮันกยองตวาดซองมินเหรอ...
"ฮันกยอง นี่นายเป็นบ้าอะไรน่ะ! ทำไมถึงต้องไปตวาดซองมินอย่างงั้น"
ฮีชอลว่าอย่างโมโหแถมยังทำท่าจะเดินมา เฉ่ง ดีที่ซีวอนดึงแขนของคนหน้าหวานจัดไว้ได้ แล้วลีทึกก็เดินมาหยุดยืนตรงหน้าของฮันกยองก่อนจะเอ่ยถามด้วยสีหน้า แววตาเอาจริง...
"มีเรื่องอะไรกันแน่ ฮันกยอง นายเป็นอะไร ปิดบังอะไรพวกเราอยู่"
"...เปล่า! บอกว่าเปล่าทำไมไม่มีใครฟังเลยวะ โธ่เว้ย!"
ฮันกยองสบถเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิด แล้วชายหนุ่มหน้าเข้มคมก็ออกเดินหนีทุกคนไป หากใครจะรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ชายหนุ่มเป็นอย่างนี้ นั่นก็เพราะ...ความร้อน...ร้อนแบบที่ทำให้หายใจไม่ออก ร้อนจนตาพร่า ร้อน...จนไม่อาจจะทนต่อไปได้!!!
"อ่ะ...อา...หะ หายใจ...ไม่...อึก..."
ฮันกยองครางแล้วก็ล้มทรุดลงกับพื้น รู้สึกอากาศที่สูดเข้าไปมันร้อนจนทำให้หายใจไม่ออก ตาก็พร่า มันร้อน...ร้อนจนจะละลายอยู่แล้ว! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ทำไม...
"องค์ชายฮันกยอง ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะได้สิ่งที่ข้าเฝ้ารอมานาน สิ่งนั้น...ที่มีเพียงท่านเท่านั้นที่มี"
เสียงหวานแต่เหี้ยมโหดดังขึ้นในโสตประสาทของฮันกยอง และ...ท่ามกลางความพร่าพรายจากความร้อน ฮันกยองก็เห็น...ร่างสูง บอบบางที่ซ่อนร่างและใบหน้าอยู่ภายใต้เสื้อคลุมยาวสีส้มอมแดงราวเปลวเพลิง ร่าง...ที่ดูคุ้นตาเหลือเกิน...
"...คะ...ใคร...ต้องการ อะ...ไร"
ฮันกยองกัดฟันถาม แต่แล้ว ร่างบางในชุดคลุมสีเปลวเพลิงก็ส่งเสียงหัวเราะบาดหูจนฮันกยองร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างแกร่งบิดทุรนทุรายด้วยความทรมาน และ...เมื่อเสียงหัวเราะจางหาย ฮันกยองก็ได้ยินเสียงหวานกระซิบที่ริมหู...เป็นครั้งสุดท้าย...
"แล้วท่านก็จะได้รู้เอง องค์ชายฮันกยอง ท่านจะได้รู้...สิ่งที่ข้าต้องการ...แม้พี่ชายหน้าโง่ของท่านจะพยายามส่งท่านมาให้ไกล แต่ข้าก็ตามหาท่านเจอจนได้... องค์ชายฮันกยอง ท่านจะได้รู้..."
"ไม่! อ๊าก!"
"...ยอง! พี่ฮันกยอง! อย่าเป็น...อะไรไปนะ...ครับ ฮึก...พี่ฮันกยอง ฮือๆ ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ช่วยด้วย ฮือ"
เสียงหวานของซองมินดังขึ้นที่ริมหู แทนที่เสียงของคนในชุดคลุมสีเพลิงนั่น...และอ้อมแขนบอบบางที่โอบร่างแกร่งซึ่งดิ้นทุรนทุรายไว้ก็ทำให้ฮันกยองได้สติ ชายหนุ่มหน้าเข้มคมที่รู้สึกได้ถึงสายลมอันหนาวเย็นจากชายทะเล หนาว...จนตัวสั่น...ดวงตาที่พร่าพรายและลมหายใจที่ติดขัด ทุกอย่างดูจะสลายหายไปภายในพริบตา...ซองมิน...
"ซะ...ซองมิน พี่...ขอโทษ..."
ฮันกยองพูดได้เพียงเท่านั้น สติที่เหลือเพียงน้อยนิดก็พลันวูบดับลงไปในทันที!!!
เวลาต่อมา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
"อาการของคุณฮันกยองก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่ร่างกายปรับสภาพอากาศไม่เทันก็เท่านั้นเอง แล้วอีกอย่าง รู้สึกว่าประสาทสัมผัสด้านการรับฟังของเขาจะกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงด้วยนะครับ"
"หมาย...หมายความว่ายังไงครับ หมอ พวกผมไม่เข้าใจ"
"อ่า คือว่า...จากการตรวจอย่างละเอียดนะครับ ร่างกายของคุณฮันกยองที่อยู่ในสภาวะอากาศที่เย็นจัด แต่อยู่ๆ ร่างกายของคนไข้ก็ต้องพบกับสภาพที่อากาศตรงกันข้าม คือร้อนจัด อย่างกะทันหัน และรู้สึกมันจะไม่ใช่แค่ครั้งเดียว การที่คนไข้ต้องทนรับกับสภาพแบบนั้นหลายครั้งทำให้ร่างกายไม่อาจทนทานต่อไปได้ ส่วนเรื่องประสาทการรับฟังที่กระทบกระเทือน คงเพราะมีแรงอัดดันหรือคลื่นเสียงอะไรที่มากระทบอย่างรุนแรง ทำให้คนไข้เกิดความเจ็บปวดขึ้นมาได้ นี่ล่ะครับ ความหมายของอาการที่ผมพูดถึง"
คำพูดของแพทย์เจ้าของไข้ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงสมองของทุกคน โดยเฉพาะ...ลีทึก...งั้นสิ่งที่ฮันกยองเผลอหลุดปากออกมาทั้งหมดก็เป็นความจริงน่ะสิ แต่ว่า ปัญหาก็คือฮันกยองอยู่กับพวกเขา 12 คนเกือบตลอดเวลา ถ้าจะมีเรื่องอะไรอย่างที่หมอว่าจริงๆ ทำไมพวกเขาถึงได้ไม่รู้สึกรู้สาหรือเป็นอะไรตามไปด้วยล่ะ อีกอย่าง เรื่องประสาทการรับฟังที่กระทบกระเทือนอย่างรุนแรงนั่น แปลเป็นภาษาคนธรรมดาก็คือการได้รับฟังเสียงดังมากๆ ถึงขนาดที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจทนรับไหวอย่างงั้นใช่ไหม แล้วถ้าใช่...ทำไมพวกเขาทั้ง 12 คนถึงไม่มีใครได้ยินเสียงนั้นเลยสักคนเดียว!!!
"...ทึก...ลีทึก! นี่! ลีทึก!"
เสียงแหลมๆ ที่ตะโกนดังลั่นทำให้นอกจากคนที่ถูกเรียกจะสะดุ้งแล้ว อีก 10 หนุ่มที่เหลือ (ไม่นับรวมฮันกยองที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติ) ต่างก็พากันสะดุ้ง ยกมือขึ้นอุดหูโดยอัติโนมัติ แต่ยังไม่ทันที่หัวหน้าวงที่ใจลอยไปไกลแต่ตอนนี้สติทั้งหมดถูกกระชากกลับมาด้วยเสียงแผดแหลมของฮีชอลจะหันไปถามความต้องการของคนหน้าสวยพอๆ กัน ซีวอน คู่กรณี (อาจะ) ตลอดกาลของฮีชอลก็เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญแบบปิดไม่มิด...
"มันเป็นบ้าอะไร เจ๊! เสียงก็หวีดแหลมยังกะนกหวีด นี่กะจะให้พวกเรา 11 คนที่เหลือนอนโรงพยาบาลตามป๋าฮันใช่ไหมครับเนี่ย"
"อ๊าย! ไอ้เด็กปากเสีย ไอ้บ้าซิมบ้า หุบปากเน่าๆ ของแกไปเลยนะ อย่ามาแจ๋นสะเหร่อพูด หนอย! เรียกชื่อแกรึก็เปล่า หุบปากไปเลยไอ้ซิมบ้าๆๆ"
"เอ๊า เจ๊..."
ยังไม่ทันที่ซีวอนจะอ้าปากโต้ คังอินก็ยกอุ้งมือหมีขึ้นปิดปากหนุ่มหน้าหล่อ และลีทึกก็เอ่ยปากพูดเสียงเข้มเพื่อตัดบททะเลาะกันของทั้ง 2 คน...
"พอเลย พอ! ฮีชอล คิดอะไรได้ก็พูดออกมาเลยเถอะ"
"ฮึ! ก็ได้...ฉันน่ะคิดว่าเรื่องบ้านี่มันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ ดีไม่ดีนะ มันจะต้องเกี่ยวกับเรื่องที่ซองมินเห็นแน่ๆ เลย"
"เห็น...ซองมินเห็นอะไร"
ลีทึกหันไปถามซองมินที่ยังคงจับมือของฮันกยองไว้แน่น ใบหน้าคมหวานยังมีหยาดน้ำตารินไหลลงมาไม่ขาดสาย แต่พอได้ยินที่ฮีชอลกับลีทึกพูด ดวงตากลมโตแดงก่ำก็เบือนสายตาจากใบหน้าซีดขาวของฮันกยองมามองทุกๆ คน แล้วซองมินก็พูดเสียงเครือสั่นว่า...
"ผมเห็นครับ คนที่ทำร้ายพี่ฮัน เอ้ย! ป๋าฮัน คนๆ นั้น...เขาตัวสูงๆ ใส่ชุดคลุมสีแดงอมส้ม ยืนอยู่ข้างๆ พี่ฮันกยอง แต่...พอผมกำลังจะวิ่งเข้าไป เขาก็...หันหน้ามามองตาผม...ผม...เจ็บ...เจ็บมากๆ เลยครับ เหมือน เอ่อ...เหมือน...มีใครเอาคบไฟมาตีที่หัว มันร้อน...แต่ก็แค่วูบเดียวเท่านั้นล่ะครับ พอลืมตาขึ้นมาเขาก็ไม่อยู่แล้ว แล้วผมก็เห็นป๋าฮันนอนร้องครวญคราง บิดตัวไปมาอยู่ที่พื้น"
จบคำพูดของซองมิน ทุกคนต่างก็หันมองหน้ากันด้วยสีหน้า แววตาตกตะลึง แล้วอยู่ๆ คิบอม คยูฮยอน อึนฮยอกและชินดงก็พูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แม้จะเป็นคนละคำแต่ก็คือความหมายใกล้เคียงกัน...
"(คิบอม) หรือว่าซองมินเห็นผี!"
"(คยูฮยอน) หรือว่าซองมินเห็นวิญญาณ!"
"(อึนฮยอก) หรือว่าซองมินเห็นพ่อมด!"
"(ชินดง) หรือว่าซองมินเห็นปิศาจ!"
"นี่! พวกนาย พูดบ้าๆ อะไรอย่างงั้นออกมาได้ไงน่ะ"
ทงแฮตวาดอย่างหงุดหงิดทำเอาคิบอมถึงกับหน้าซีด จ๋อยสนิท แต่แล้ว เยซองก็พูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิดขึ้นว่า...
"มันก็น่าคิดอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ทุกคน ก็ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งเรื่องอาการแปลกๆ ของป๋าฮัน คำพูดที่หมอวินิจฉัยออกมา สิ่งที่ทงแฮกับซองมินได้ยินและเห็น...ทั้งหมดน่ะ มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เรื่องที่...ไม่มีเหตุผลใดๆ จะอธิบายได้"
"นั่นสิครับ ที่พี่เยซองพูดน่ะ ผมว่า...มันถูกหมดทุกอย่างเลยนะครับ"
แม้แต่รยอวุคก็ยังเห็นด้วยอย่างมากกับสิ่งที่เยซองพูด คนที่เหลือก็เลยได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองหน้ากันไป มองตากันมาด้วยท่าทางสับสน เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง แต่แล้ว...
"...อือ..."
เสียงครางเบาๆ ของฮันกยองทำให้ทุกคนรีบหันไปมองทางชายหนุ่มตัวต้นเรื่องเป็นตาเดียว และซองมินเองพอเห็นคนหน้าเข้มคมฟื้นขึ้นมาแล้ว ร่างบางก็ยิ่งสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น...พี่ฮันกยองฟื้นแล้ว ดีใจจังเลย...