เวลาผ่านไป
2 ปีต่อมาประเทศเกาหลี"เสียงสดใสของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองซอยยาวประบ่ารวบมัดเรียบร้อยรับกับใบหน้าหวานซึ้งและดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยดูอ่อนโยนและร่างสูงโปร่งก็โค้งตัวลงอย่างนอบน้อมให้กับแขกที่เข้ามาใช้บริการในร้านอาหารจากนั้นชายหนุ่มก็เดินกลับไปเก็บทำความสะอาดโต๊ะด้วยท่าทางแข็งขันแล้ว...พี่ลีทึกครับเดี๋ยวโต๊ะนี้ผมเก็บเองพี่เข้าไปพักกินข้าวก่อนเถอะ"
เสียงทุ้มอ่อนโยนของเด็กหนุ่มร่างสูงผมดำซอยสั้นแค่คอใบหน้าใสแต่ขรึมดวงตาเรียวสีนิลมีประกายนิ่งพูดเบาๆลีทึกเลยเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มพลางพูดขอบคุณเบาๆเช่นกันขอบใจมากเยซอง"
ในครัวหลังร้านอาหาร
ร่างอ้วนกลมของเด็กหนุ่มผมหยักศกสั้นสีทองเข้ากันดี๊ดีกับใบหน้าอูมแต่ดูน่ารักและดวงตาเรียวดำมีประกายเริงร่าก็กำลังทำอาหารพลางฮัมเพลงอย่างมีความสุขและที่นั่งฮึมฮำหลั่นล้าอยู่เคียงข้างก็คือเด็กหนุ่มร่างสูงผอมผมสั้นสีทองตัดเป็นทรงหน้าม้าเข้ากับใบหน้าใสเอ๋อแต่ดูน่ารักและดวงตาที่มีประกายฝันๆอยู่เสมอทั้ง 2 หนุ่มนั้นก็คือคู่ซี้คู่ฮาชินดงและอึนฮยอกนั่นเอง!พี่ทึกกี้มานั่งเร็วๆครับเดี๋ยวผมทำอาหารให้ทาน"
ชินดงพูดอย่างร่าเริงส่วนอึนฮยอกก็รีบเข้ามาดึงแขนพาพี่ชายคนโตนั่งลงพลางหากระดาษมาพัดวีให้อย่างเอาใจลีทึกเลยยิ้มนิดๆแล้วชายหนุ่มก็หันมองไปรอบตัวก่อนจะเอ่ยถามอย่างงงๆว่าอ้าว! แล้วคนอื่นหายไปไหนกันหมดล่ะทำไมทั้งร้านเหลือแค่ 2 เองเหรอ"อ๋อ! ไอ้พวกชอบประจบนาย 3 ตัวนั่นมันบอกจะออกไปซื้อของมาเพิ่มน่ะครับแต่ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลยฮึ! อย่างว่าแหละคนมันดีแต่ชะเลียกับแอบอู้! ไอ้พวกทำงานงกๆอย่างเรา 4 คนน่ะสู้พวกมันไม่ได้หร๊อก!"
"ชินดงพูดอย่างไม่ค่อยพอใจนักอึนฮยอกที่จัดเป็นหนุ่มน้อยผู้แสนจะมองโลกในแง่ดีเลยเอ่ยแย้งว่าไม่เอาน่าดงฮีบางที 3 คนนั่นอาจจะมีปัญหานิดหน่อยเงินที่เอาไปอาจจะไม่พอหรือไม่ก็ของที่จะซื้อมันหมดต้องวิ่งไปหาที่อื่นที่ไกลกว่าหรือไม่ก็..."โธ่! ฮยอกแจ!เลิกเข้าข้างพวกมันที! นายก็รู้นี่ว่าหน้าที่ไปซื้อของใช้คนแค่คนเดียวก็พอนี่ล่อไปตั้ง 3 แถมตัวพ่อครัวยังไปเองอย่างเงี้ย! มันน่า..."เอาล่ะๆพอกันทั้งคู่นั่นล่ะชินดงอึนฮยอกไหนล่ะอาหารของพี่...หิวแล้วน๊า"
ลีทึกพูดเสียงอ่อนเพื่อยุติข้อถกเถียงของเจ้า 2 หนุ่มเพื่อนซี้ที่ตอนนี้จะกลายเป็น 2 หนุ่มคู่ซี้แหงแก๋ไปแทน! แล้วพออาหารที่ชินดงทำให้เสร็จแล้วลีทึกก็ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเพื่อจะได้รีบไปช่วยเยซองที่อยู่ทำงานด้านนอกเพียงลำพังแต่...ยังไม่ทันที่ลีทึกจะกินเสร็จดีเสียงเอะอะที่ดังมาจากข้างนอกก็ทำให้ทั้ง 3 หนุ่มเกือบสะดุ้งแล้วลีทึกก็เป็นคนแรกที่ได้สติเลยรีบวิ่งออกไปดูตามมาด้วยชินดงที่ลากอึนฮยอกที่ยังเอ๋อๆเบลอๆให้วิ่งตามออกไปบ้าง
ด้านนอกในห้องอาหารลูกค้าที่นั่งกันอยู่เพียง 2 โต๊ะก็กำลังเบิกตามองเยซองกำลังมีเรื่องกับหญิงสาวท่าทางธรรมดาๆแต่เสียงแจ๋นแจ๋ 3 คนซึ่งทั้ง 3 นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่ชินดงว่า...ดีแต่ชะเลียนาย...นั่นล่ะ!เยซอง!"
ลีทึกร้องเรียกแล้วก็เข้าไปดึงตัวของเยซองออกมาหากเด็กหนุ่มหน้าใสกลับมีท่าทีฮึดอัดแถมยังพูดเสียงแข็งจนเกือบเป็นตะโกนใส่ยัย 3 สาวนั่นว่าฉันไม่ใช่ตัวตลกให้คนอย่างพวกเธอปั่นหัวเล่นหนอย! ยัย 3 ชะนีแจ๋นแจ๋เอ๊ย!"กรี๊ดดดดดดด! ไอ้เยซอง! แกด่าพวกฉันเหรอ"ฉันไม่ย๊อมมมมมม! กรี๊ดๆๆๆๆๆ"ปากดีนักนะไอ้หน้าอ่อนมาให้ตบซะทีเถอะ!"ก็ลองเข้ามาเซ่นังชะนี! ฉันจะได้เอาตะหลิวนี่ตบปากให้เน่าเลยมาเซ่! แน่จริงเข้ามา!"
ชินดงตะโกนลั่นด้วยความโมโหพลางเงื้อง่าตะหลิวในมืออย่างน่าหวาดเสียว! ร้อนถึงอึนฮยอกต้องรีบเข้าไปดึงตัวชินดงไว้อย่างสุดแรงแต่แหม...ผอมๆแบบอึนฮยอกนี่แทบจะสู้แรงหมูๆของชิงดงไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! แต่...ก่อนที่เหตุการณ์จะยิ่งลุกลามไปมากกว่านั้นประตูร้านอาหารก็เปิดกว้างออกแล้วชายวัยกลางคนท่าทางเข้มงวดซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารก็พูดเสียงดุร้ายแทรกเสียงของทุกๆคนขึ้นว่าถ้ายังไม่หยุดทำมารยาททรามๆฉันจะไล่ออกให้หมดทุกคนเลย!"
เงียบ! เสียงที่เคยแผดดังพลันเงียบกริบลงอย่างกะทันหัน...ราวกับปิดสวิตช์! จากนั้นเจ้าของร้านวัยกลางคนก็พูดเสียงเข้มขึ้นอีกครั้งตามฉันมาที่หลังร้านทุกคน! ยกเว้นเธอลีทึกช่วยดูแลแขกในร้านด้วย"ครับคุณพาร์ก"
ลีทึกพูดเสียงเบาแล้วก็ปล่อยตัวเยซองไปจากนั้นทั้งร้านก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง...จริงเหรอ! เปล่าหรอกที่หลังร้านนั้นโจทย์ 2 ฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใครด่ากันไปโทษกันมาแต่สุดท้ายเรื่องก็จบลงที่...พอ! ฉันตัดสินใจแล้วฉันจะหักเงินเดือนของทุกคนครึ่งหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนแต่เธอเยซองเธอต้องโดนหักเงิน 4 เดือนครึ่งเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากการเอะอะโวยวายลั่นร้านของเธอและถ้าใครไม่พอใจการตัดสินใจของฉันก็ออกไปจากร้านนี้ได้เลย!"
นั่นล่ะ! คือคำตัดสินของเจ้าของร้านที่ทำให้เยซองอึนฮยอกและชินดงถึงกับพูดไม่ออกไปเลย!
เวลาต่อมาหลังเลิกงานหลังร้านอาหารซึ่งเป็นตรอกซอบแคบๆคดเคี้ยว
เยซองกำลังจุดบุหรี่สูบอัดเข้าปอดด้วยความเครียดในบรรดาเพื่อนทั้ง 4 คนเขาเป็นคนเดียวที่มีภาระหนักที่สุดพี่ลีทึกนั้นบอกมาตลอดว่าเป็นคนไม่มีบ้านไม่มีครอบครัวส่วนชินดงกับอึนฮยอกก็เติบโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งคู่แต่เขา...เขาเป็นคนเดียวที่มีบ้านมีครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดแม่ผู้อ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะกับน้องสาววัย 12 ขวบซึ่งต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยคือภาระที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเขาไม่อาจทิ้งไปได้แต่...มาตอนนี้
เงินเดือนที่ไม่ได้นับว่ามากถูกหักลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลาถึง 4 เดือนไหนจะค่ากินค่าแชร์ห้องอพาทเมนต์ที่หารกัน 4 คนค่ารถมาทำงานและค่ามือถือ...เขาจะอยู่ได้ยังไงตั้ง 4 เดือนกับเงินที่เหลือเพียงครึ่ง!เยเย่..."
เสียงอ่อนโยนที่เอ่ยเรียกทำให้บุหรี่ในมือร่วงผล๊อย! พี่ลีทึก!
"..."
เมื่อไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร เยซองก็เลยตัดสินใจก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบสายตาที่มองตรงมาของชายหนุ่มซึ่งเปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ อีกคนของเขา แต่แล้ว ลีทึกก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่บ่ากว้างของน้องชายพลางพูดอย่างใจดีว่า
"พี่ไม่ได้ว่าอะไรเรานะ พี่เข้าใจ เยเย่...เอางี้! พี่เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ต้องโดนทำโทษหักเงินเดือน แล้วเดือนนี้พี่ก็ไม่ต้องใช้อะไรมากอยู่แล้ว เงินของพี่...ครึ่งนึง...นายเอาไปใช้นะ"
"ไม่ได้นะครับ! เรื่องที่เกิดขึ้นผมเป็นคนก่อ ผมก็ต้องรับผิดชอบสิครับ"
เยซองพูดเสียงดัง แต่แล้ว อึนฮยอกก็เดินมายืนข้างๆ ร่างสูงก่อนจะพูดเสียงนิ่งๆ ว่า
"แล้วแม่กับน้อง ยูนา ล่ะ 2 คนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เยเย่กำลังจะทำให้พวกเขาต้องพลอยโดนลงโทษไปด้วย มันยุติธรรมแล้วเหรอ"
เงียบ! เจอไม้นี้เข้าไปเยซองก็ถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก ชินดงที่เดินตามมาเป็นคนสุดท้ายเลยยิ้มกว้างพลางพูดอย่างร่าเริงว่า
"เอาน่าๆ ไม่ต้องห่วงหรอก แค่ 3-4 เดือน ฉันจะอดขนมหน่อยแล้วกัน ไม่งั้น...มีหวังปีนี้ฉันต้องกลิ้งมาทำงานแทนขึ้นรถแน่ๆ เลย"
"พวกนาย...ขอบใจมากนะ ดงฮี ฮยอกแจ พี่ลีทึก ขอบคุณมากครับ"
เยซองพูดอย่างตื้นตันแล้วก็โค้งให้กับทั้ง 3 หนุ่มเพื่อนรัก ลีทึกเลยยิ้มหวานๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า
"ไม่เป็นไรซะหน่อย อย่าคิดมากน่า เยซอง! นะ..."
"แหมๆๆ ช่างเป็นละครน้ำเน่าที่ซึ้งอะไรอย่างงี้"
"นั่นสิ น่าจะส่งไปให้พวกผู้กำกับละครเสี่ยวๆ เอามาทำเป็นบทหนังจริงจริ๊ง"
"คิกๆ เห็นแล้วอยากอ้วกเลยล่ะ พวกเรา!"
เสียงแจ๋นแจ๋ 3 เสียงที่ดังประสานกันทำให้เยซองกับขินดงทำท่าจะของขึ้นอีกครั้ง ทว่า ลีทึกกลับพูดตัดบทเสียงเรียบขึ้นก่อนว่า
"พอเถอะ พวกเราไปกันดีกว่า"
แล้วชายหนุ่มก็เดินหน้านิ่งนำออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้ยัย 3 สาวแจ๋นต้องมองตามหลังด้วยความอาฆาต เจ็บใจ! แล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง...
อีก 2 อาทิตย์ต่อมา โชคชะตาก็นำพาให้คน 2 คนที่แตกต่างกันอย่างมากได้มาพบกัน...และทำให้เรื่องราวที่เคยสงบสุขกลับยุ่งเหยิง ปั่นป่วนขึ้นมาในชั่วพริบตา!
ขะ ขอโทษครับ พี่ทึกกี้ ผมไม่ได้ ผม...คือ..."เชิญมาใช้บริการใหม่นะครับขอบคุณครับ"edit @ 2007/04/03 22:15:07